22 เมษายน 2556

Earth Day 2013 วันคุ้มครองโลก 22 เมษายน 2556

Earth Day 2013
Earth Day 2013 โลโก้ Google วันนี้ สวยดีเนอะ วันนี้เป็น วันคุ้มครองโลก 22 เมษายน 2556 นั้นเองค่ะ ^O^/

ประวัติวันคุ้มครองโลก (Earth Day)

วันคุ้มครองโลกนี้ เริ่มต้นโดย สมาชิกวุฒิสภาสหรัฐอเมริกา เกย์ลอร์ด เนลสัน (Gaylord Nelson) เมื่อปี พ.ศ. 2505 โดยทางวุฒิสมาชิกเนลสันได้ตัดสินใจขอให้ยกเรื่องสิ่งแวดล้อมขึ้นเป็นวาระแห่งชาติ กับทางประธานาธิบดีจอห์น เอฟ. เคนเนดี ซึ่งเป็นประธานาธิบดีประเทศสหรัฐอเมริกาในสมัยนั้น ซึ่งทางเคเนดีเห็นด้วยและได้ออกทัวร์ทั่วประเทศ เป็นเวลา 5 วัน 11 รัฐ ในช่วงเดือนกันยายน พ.ศ. 2506 ซึ่งการทัวร์ครั้งนั้นนับเป็นจุดเริ่มต้นของการริเริ่มวันคุ้มครองโลก

จนกระทั่่งในปี พ.ศ. 2512 ทางวุฒิสมาชิกเนลสันได้ผลักดันให้มีการจัดการชุมนุมประชาชนทั่วประเทศ เพื่อให้แสดงความคิดเห็นในปัญหาสิ่งแวดล้อม และได้มีการเชิญชวนให้ทุก ๆ คนร่วมการชุมนุมเป็นจำนวนมาก ซึ่งผลจากการชุมนุมในครั้งนี้ ทำให้เกิดกระแสความห่วงใยในวิกฤตสิ่งแวดล้อมที่เป็นอยู่ของสังคมอเมริกันใน ขณะนั้น ซึ่งเป็นหนทางในการนำสู่ความสำเร็จของการก่อตั้งวันคุ้มครองโลกขึ้นต่อมา

วันคุ้มครองโลกคือวันอะไร?

เนื่องจากปัจจุบันสิ่งแวดล้อมได้รับผลกระทบกระเทือนจะการกระทำ ของมนุษย์เป็นอย่างมาก นอกจากนั้นก็ยังมีปัญหาสิ่งแวดล้อมซึ่งเป็นปัญหาโลก เช่นปัญหาการเกิดปรากฎการณ์เรือนกระจก หรือ “Green House Effect” ปัญหาปริมาณโอโซนในบรรยากาศลดลง หรือปัญหาพลังงานของโลกที่จะต้องหามาทดแทนการใช้น้ำมัน เป็นต้น

ดังนั้น ในวันที่ 22 เมษายน 2513 ประชาชนอเมริกันที่ตระหนักถึงความสำคัญของปัญหาสิ่งแวดล้อม กว่า 20 ล้านคน จึงได้พร้อมใจกันมาชุมนุมเพื่อประท้วงการเพิ่มขึ้นของมลภาวะ และการทำลายทรัพยากรธรรมชาติบน พื้นโลก ผลจากการชุมนุมก่อให้เกิดการออกพระราชบัญญัติแก้ไขมลพิษในอากาศของสหรัฐ อเมริกา และมีการจัดตั้งสำนักงานป้องกันสิ่งแวดล้อมแห่งชาติขึ้น และกำหนดให้วันที่22 เมษายน ของทุกปีเป็นวันคุ้มครองโลก หรือ “Earth Day” ในประเทศไทยเริ่มจัดให้มีการรณรงค์ขึ้นครั้งแรก เมื่อปี พ.ศ.2533
  1. เพื่อลดอัตราการเกิดคาร์บอนไดออกไซด์ที่มีอยู่อย่างหนาแน่นในบรรยากาศ
  2. เพื่อกำจัดคลอโรฟลูออโรคาร์บอนซึ่งเป็นตัวทำลายสภาพโอโซนและก่อให้เกิดการสะสมความร้อนให้หมดสิ้นไป
  3. เพื่ออนุรักษ์สภาพป่าที่เหลืออยู่ ทั้งที่เป็นป่าเบญจพรรณและป่าดงดิบ
  4. เพื่อห้ามการซื้อ-ขายสิ่งมีชีวิตที่อาจทำให้ภาวะการเจริญพันธุ์ลดลงหรือหมดสิ้นไป
  5. เพื่อคงสภาพระดับประชากรไว้ให้อยู่ในสภาพที่สมดุลกับทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่
  6. เพื่อสร้างพลังอำนาจจากองค์กรต่าง ๆ ทั่วโลกให้ร่วมกันปกป้องบรรยากาศ น้ำ และสภาพอื่น ๆ ให้พ้นจากการกระทำที่มิชอบของมนุษย์
  7. เพื่อสร้างสำนึกในอันที่จะรักษาโลกไว้ทั้งบุคคล ชุมชนและชาติ
ในวันที่ 22 เมษายนของทุกปี ประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ร่วมกันจัดกิจกรรมต่างๆ ขึ้น เพื่อเรียกร้องให้ทุกคนได้ตระหนักถึงความสำคัญของสิ่งแวดล้อม เพื่อเป็นการอนุรักษ์โลกใบนี้ไว้ เช่น
  1. การส่งเสริมการปลูกต้นไม้ทั่วทุกหนทุกแห่ง โดยเฉพาะแถบแอฟริกา เคนยา ไนจีเรีย และนามิ เบีย เป็นต้น
  2. การอนุรักษ์ต้นไม้ใหญ่ที่เหลืออยู่ในเมือง หมู่บ้าน และภูเขา
  3. รณรงค์ให้มีการอนุรักษ์ป่าธรรมชาติเพื่อเป็นแหล่งต้นน้ำลำธารและที่อยู่อาศัยของสัตว์ป่า
  4. เน้นการคุมกำเนิดเพื่อให้จำนวนประชากรได้คงอยู่ในระดับคงเดิม
  5. ให้การศึกษาแก่เยาวชนและประชาชนทั่วไปได้ตระหนักถึงปัญหาเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น
  6. ร่วมกัมสะอาดตามถนนหนทาง ชายหาด อุทยาน และสถานที่สาธารณะต่าง ๆ
สำหรับประเทศไทย ก็ได้จัดให้มีการรณรงค์ขึ้นเป็นครั้งแรกในปี พ.ศ. 2533 โดยโรงเรียนสอนภาษาสมาคมนักเรียนเก่าสหรัฐอเมริกา หรือ U.S.A.

กิจกรรมหลักในวันคุ้มครองโลก 2556 (Earth Day 2013) สำหรับปีนี้หัวข้อกิจกรรมก็คือ The Face of Climate Change โดยมีการเชิญชวนให้บุคคลทั่วไปร่วมส่งภาพที่สื่อถึงการเข้าร่วมกิจกรรมสนับสนุนวันคุ้มครองโลกในปีนี้ โดยอาจจะเป็นการส่งภาพที่สื่อถึงหัวข้อกิจกรรมหลักในปีนี้ ซึ่งเด็ก ๆ หลายคน จากหลาย ๆ ประเทศได้ทำการส่งภาพของตนที่ถือป้ายที่เขียนคำว่า “The Face of Climate Change” เพื่อบ่งบอกว่า ตนต้องการสนับสนุนแนวคิดของวันคุ้มครองโลกในปีนี้

 Earth Day 2013
 Earth Day 2013
 Earth Day 2013
 Earth Day 2013

 คลิป วันคุ้มครองโลก (Earth Day) 22 เม.ย.2013 นาซ่า
 คลิป วันคุ้มครองโลก (Earth Day) 22 เม.ย.2013 นาซ่า 2

Earth Day 2013

 Earth Day 2013


Earth Day 2013

Earth Day 2013 
โดยคุณสามารถดูและร่วมส่งภาพที่เข้าร่วมกิจกรรมทั้งหมดได้ที่ http://www.earthday.org/2013/

25 ธันวาคม 2555

google ขอส่งความสุข สุขสันต์วันดีๆ Merry Christmas

google ขอส่งความสุข สุขสันต์วันดีๆ Merry Christmas


 สุขสันต์วันดีๆ Merry Christmas

ประวัติวันคริสมาสต์ ตำนานวันคริสต์มาส

คำว่า “คริสต์มาส” เป็นคำทับศัพท์ภาษาอังกฤษว่า Christmas มาจากคำภาษาอังกฤษโบราณว่า Christes Maesse ที่แปลว่า “บูชามิสซาของพระคริสตเจ้า” ซึ่งพบครั้งแรกในเอกสารโบราณที่เป็นภาษาอังกฤษในปี ค.ศ. 1038 และในปัจจุบันคำนี้ก็ได้เปลี่ยนมาเป็นคำว่า Christmas
เทศกาล Christmas หรือ X’Mas ตรงกับวันที่ 25 ธันวาคมของทุกปี ซึ่งวันที่ 25 ธันวาคมนั้น เป็นวันประสูติของพระเยซู ศาสดาแห่งศาสนาคริสต์ โดยพระองค์ประสูติที่เมืองเบ็ธเลเฮ็มและเติบโตที่เมืองนาซาเรท ซึ่งปัจจุบันคือประเทศอิสราเอล ตามหลักฐานในพระคัมภีร์ได้บันทึกไว้ว่า พระเยซูเจ้าประสูติในสมัยที่จักรพรรดิซีซาร์ ออกุสตุส แห่งจักรวรรดิโรมัน ซึ่งทรงสั่งให้จดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งแผ่นดิน โดยฝ่ายคีรีนิอัส เจ้าเมืองซีเรียก็รับนโยบายไปปฏิบัติให้มีการจดทะเบียนสำมะโนครัวทั่วทั้งอาณาเขต แต่ในพระคัมภีร์ ไม่ได้ระบุว่า พระเยซูประสูติวันหรือเดือนอะไร

google ขอส่งความสุข สุขสันต์วันดีๆ Merry Christmas

สุขสันต์วันดีๆ Merry Christmas

ด้านนักประวัติศาสตร์ก็มีความเห็นที่ต่างออกไปโดยได้วิเคราะห์ว่า เดิมทีวันที่ 25 ธันวาคม เป็นวันที่จักรพรรดิเอาเรเลียนแห่งโรมัน กำหนดให้เป็นวันฉลองวันเกิดของสุริยะเทพ ตั้งแต่ปี ค.ศ.274 ชาวโรมันซึ่งส่วนใหญ่นับถือเทพเจ้าฉลองวันนี้เสมือนว่า เป็นวันฉลองของพระจักรพรรดิไปในตัวด้วย เพราะจักรพรรดิก็เปรียบเสมือนดวงอาทิตย์ ที่ให้ความสว่างแก่ชีวิตมนุษย์ แต่ชาวคริสต์ที่อยู่ในจักรวรรดิโรมัน รวมถึงชาวโรมันที่เปลี่ยนไปนับถือคริสต์อึดอัดใจที่จะฉลองวันเกิดของสุริยเทพ จึงหันมาฉลองการบังเกิดของพระเยซูซึ่งเปรียบเสมือนความสว่างของโลก และเหมือนดวงจันทร์เป็นความสว่างในตอนกลางคืนแทน หลังจากที่ชาวคริสต์ถูกควบคุมเสรีภาพทางศาสนาตั้งแต่ปี ค.ศ. 64-313 จนถึงวันที่ 25 ธันวาคม ปี ค.ศ.330 ชาวคริสต์จึงเริ่มฉลองคริสต์มาสอย่างเป็นทางการและเปิดเผย

เทศกาลคริสต์มาสจึงเป็นวันแห่งการเฉลิมฉลองวันประสูติของพระเยซู และเป็นการฉลองความรักที่พระเจ้ามีต่อมนุษย์โลก โดยส่งบุตรชาย คือ “พระเยซู” ลงมาเกิดเป็นมนุษย์เพื่อช่วยไถ่บาป และช่วยให้มนุษย์รอดพ้นจากการทำชั่วนั่นเอง ดังนั้นในวันนี้ถือเป็นวันที่มีความหมายสำคัญชาวคริสต์ทั่วโลก และมีการส่งบัตรอวยพร ให้ของขวัญ แก่กันและกัน รวมทั้งประดับประดาตกแต่งบ้านเรือนด้วยแสงไฟ และต้นคริสต์มาสอย่างสวยงาม

18 เมษายน 2555

ผีอีแพง ในละครสุดฮิต บ่วง มาแรงส์!

 บ่วง

เนื่องด้วยกระแสละครเรื่อง บ่วง กำลังมาแรงส์ ทำให้กระแส ผีอีแพง เป็นที่พูดถึงกันมากมายในขณะนี้.. ใครได้ดูคงขนลุกขึ้นมาทันทีเมื่อได้ยินชื่อนี้.. วันนี้เจ้าหญิงเลยขอหยิบเอาบทสัมภาษณ์ของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา จากบทบาทของ อีแพง มาให้ได้ทราบกันด้วยคะ ^O^/

บ่วง

ได้เห็นฝีมือการแสดงของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา จากบทบาทของ อีแพง ในละครผี เรื่อง บ่วง แล้วคงต้องยกนิ้วให้กับฝีไม้ลายมือของเธอจริงๆ

หลายคนที่ได้เห็นฝีมือการแสดงของ นุ่น ศิรพันธ์ วัฒนจินดา จากบทบาทของ อีแพง ในละครผี ดราม่า เข้มข้น เรื่อง บ่วง แล้วคงต้องยกนิ้วให้กับพลัง และฝีไม้ลายมือของเธอจริง ๆ พอต้องเล่นเป็นผีจริง สาวนุ่นก็ถึงกับออกปากว่า จริงๆ แล้วเป็นคนกลัวผี งานนี้เลยต้องมีการไหว้กันทุกครั้ง แถมเวลาเล่นก็ยังต้องตั้งสติสู้กับบทผีที่ตัวเองได้รับด้วยเช่นกัน นุ่น ศิรพันธ์ พูดถึงบทในเรื่องนี้ว่า..

สำหรับบทอีแพง ต้องบอกว่าเป็นบทที่ดีมากๆ นุ่นรอคอยบทแบบนี้มานาน แต่มันก็เป็นเรื่องที่ยากที่สุดที่นุ่นเคยรับมาเลยก็ว่าได้ เพราะตัวละครตัวนี้มันจะซับซ้อน และมีพัฒนาการเยอะมาก จากคน แล้วก็ยังต้องเล่นเป็นผี ที่มีแรงอาฆาตอยู่เยอะ ดังนั้นเวลาที่นุ่นแสดง เราจะต้องถ่ายทอดอารมณ์และความรู้สึกของตัวละครตัวนี้ออกมาให้มันดูมีความเป็นคนจริงๆ มีรัก โลภ โกรธ หลง ริษยา ทะเยอทะยาน เรียกว่ากิเลสทุกอย่างมีอยู่ครบในตัวของอีแพง

 บ่วง

เรียกว่านุ่นใช้พลังทั้งหมดที่มีทุ่มกับละครเรื่องนี้ในทุกฉาก ทุกตอน พี่ใหม่ ผู้กำกับ จะค่อนข้างละเอียดกับทุกส่งทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นการแสดง อุปกรณ์ พี่ใหม่จะไม่ยอมหลุดเลย แต่ก็สนุกดีค่ะ สำหรับเรื่องอาถรรพ์ หลายคนเห็นหน้านุ่นก็จะถามว่าเล่นบทผีกลัวอาถรรพ์รึเปล่า? เจออะไรในกองบ้างมั้ย สำหรับนุ่นไม่เคยเจอนะ จริงๆ แล้ว นุ่นเป็นคนที่กลัวผีมาก ก่อนทำงานทุกครั้ง นุ่นจะไหว้ขอสิ่งศักดิ์ตามสถานที่นั้นๆ ว่านุ่นมาทำงานนะ ไม่ได้ลบหลู่ ดูหมิ่นอะไร อันนี้ก็เพื่อความสบายใจ และคิดว่าท่านก็คงเมตตา เราก็เลยไม่เคยเจอ ส่วนใหญ่จะเป็นทีมงานที่เจอแล้วเอามาเล่าให้ฟังเท่านั้นค่ะ

หลายคนอาจจะบอกว่าบ่วงเป็นละครผีที่ไม่กล้าดูเท่าไร แต่สำหรับนุ่นรู้สึกอยากให้ทุกคนได้ดูเรื่องนี้กันมาก ๆ เพราะบ่วงเป็นละครที่ให้อะไรมากกว่าความน่ากลัว ถ้าดูแล้วเราจะได้ข้อคิดดีๆ จากตัวละครในเรื่องเยอะแยะมากมาย ทั้งหมดนี้ล้วนแต่เป็นเรื่องของเวรและกรรมที่ต้องชดใช้ อยากให้ทุกคนได้ดูจริงๆ ค่ะ ยังไงก็ฝากติดตามละครกันด้วยนะคะ

*** ขอทิ้งท้ายกับ ภาพผีอีแพง ที่เจ้าหญิงคัดสรรออกมาให้ได้ชมกันด้วยค่ะ


ขอขอบคุณเครดิตภาพจาก : https://www.facebook.com/E.Pang.Buang


คลิปปาร์ตี้โฟม สงกรานต์หลากสี บุรีรัมย์หรรษา

คลิปปาร์ตี้โฟม "สงกรานต์หลากสี บุรีรัมย์หรรษา แป้งสี ดนตรี เซ็กซี่ ตลก"
ปาร์ตี้โฟมสุดมันส์บุรีรัมย์

เพลง หนูเอาอยู่ เพลงใหม่ จ๊ะ คันหู สุดฮิต!

จ๊ะ คันหู
ห่างหายไปสักพัก วันนี้.. น้องจ๊ะ คันหู ของเรา กลับมาแล้ว! กับเพลงใหม่ หนูเอาอยู่ สร้างความฮือฮากันอีกสักครั้ง.. แหมๆ ชื่อเพลงมันช่างคันหู เอ้ย! คุ้นหูจริงเชียว เหมือนเคยได้ยินจากที่ไหนน้าาา..

เอาหละไม่ว่าจะเคยได้ยินจากท่านไหนเคยพูดมาก่อนก็ช่างเหอะ อยากรู้แล้วหละว่าเนื้อหาเพลงจะแซ่บสู้ คันหู ได้รึเปล่า รอช้าอยู่ทำไม ลองฟังกันเลย!

 เพลง หนูเอาอยู่ - จ๊ะ คันหู

Ps. นอกจากจะมี เพลง หนูเอาอยู่ ออกมาใหม่แล้ว ยังมีอีกเพลงคือ เพลง อยากมีคนเอา...(ใจ) ออกมาเรียกเสียงเฮอีกเพลง (นี่ถ้าพิมพ์ชื่อเพลงผิด แบบไม่ใส่คำว่าใจลงไป สงกะสัยบล็อกอิชั้นต้องโดนแบนแน่ๆ เชียว 55+) วันนี้เจ้าหญิงเลยแถมมาให้อีก 1 เพลง ชอบเพลงไหนก็ฟังเพลงนั้นละกันค่ะ ^ ^/ 

 เพลง อยากมีคนเอา...(ใจ)


เพลง ถึงครูอังคณาแน่-Daddy Bunny (เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่)


เด็กนักเรียนห้อง ม.1/9 ห้องครูอังคณาแน่

เนื่องด้วยบทความนี้เป็นบทความแรก ที่เจ้าหญิงได้เขียนขึ้นในบล็อกแห่งนี้.. เลยอยากเริ่มต้นกับคำฮิตที่กำลังอยู่ในกระแส "เรื่อง นี้ ถึง ครู อังคณา แน่!" ที่มีคนพูดถึงกันมากที่สุดในช่วงเวลา.. (ที่ผ่านมาสักระยะนึงแล้วก็ว่าได้มั้ง) 555+ เอาน่าๆ ถึงแม้จะช้ากว่ากระแสไป 1 ก้าว แต่เอามาเล่าใหม่อีกครั้งก็คงไม่ว่ากันนะคะ.. -^ ^-

วันนี้เลยขอหยิบเอา เพลง ถึงครูอังคณาแน่ ที่เป็นเพลงที่ผู้แต่งได้หยิบเอาคำพูดของเด็กเกรียนคนนึง ที่อัดคลิปส่งถึงเพื่อนๆ 1/9 ห้องครูอังคณา โดยตัดพ้อน้อยใจเพื่อนๆ และแอดมินผู้ดูแลห้อง 1/9 ใน facebook ที่เตะตนเองออกจากสมาชิกห้อง เพียงเพราะตนเองเข้าไปพิมพ์ข้อความว่า ... เท่านั้นเอง เจ้าเด็กเกรียนที่ว่านี้ชื่อเจ้าโต๊ด ส่วนแอดมินห้องที่โดนเจ้าโต๊ดตัดพ้อน้อยใจชื่อ เจ้าบอล

หลังจากนั้นเด็กชายโต๊ดจึงเกิดอาหารน้อยใจ ถ่ายคลิปตนเองลงบนเว็บไซต์ youtube จนกลายเป็นกระแสดัง


 ถึงครูอังคณาแน่ - Daddy Bunny (เนื้อเพลง)


เนื้อความในคลิปวีดีโอชื่อดัง “เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่” ถูกโพสโดยสมาชิกชื่อ Chintakoza ผ่านเว็บไซต์ youtube เป็นการระบายความแค้นใจออกมาด้วยน้ำเสียง และคำพูดเชิงตัดพ้อเพื่อนว่า 'ไอ้บอล...ทำไมต้องไล่กูออกด้วย เพราะเรื่องกะโหลกกะลาแค่นี้เหรอ' ต่อมาเด็กชายใช้วลีเด็ดด้วยสีหน้าขึงขัง และน้ำเสียงจริงจัง ประกาศกร้าวว่า เรื่องนี้ถึงครูอังคณาแน่! เป็นที่มาของวลีฮิตดังกล่าว ซึ่งหลังจากเผยแพร่เพียงแค่ 2 วัน ก็มียอดคนคลิกเข้าไปดูในเว็บไซต์ยูทูบเกือบ 2 ล้านกว่าวิวแล้ว..

มาถึงตอนนี้คงไม่มีใครไม่รู้จักน้อง 2 คนนี้เป็นแน่.. 


เรื่อง นี้ ถึง ครู อังคณา แน่ ฉบับรวม